แต่งรูป Lightroom โทนเกาหลี

โทนเกาหลี Lightroom แต่งยังไง? พร้อมสูตรแต่งภาพโทนเกาหลีให้ผิวสวยใส

โทนเกาหลี Lightroom คืออะไร

โทนเกาหลี (Korean Tone) เป็นสไตล์การแต่งภาพที่ได้รับความนิยมมากใน Instagram และงานถ่ายภาพพอร์ตเทรต โดยเฉพาะในสายแฟชั่นและคาเฟ่

ลักษณะเด่นของโทนนี้คือ

  • ภาพสว่างและดูสะอาด

  • สีไม่จัดจ้าน เน้นโทนพาสเทล

  • ผิวดูขาวใสและเนียน

  • คอนทราสต์ไม่แรง

  • บรรยากาศภาพดูนุ่มและละมุน

สไตล์นี้ได้รับอิทธิพลจากการถ่ายภาพแฟชั่นและซีรีส์ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนิยมใช้แสงธรรมชาติและโทนสีที่ดูสบายตา


สูตรแต่งโทนเกาหลีใน Lightroom

1. ปรับค่า Basic

เริ่มต้นด้วยการปรับแสงให้ภาพดูสว่างและนุ่มขึ้น

Exposure
+0.3 ถึง +0.7

Contrast
-10

Highlights
-30

Shadows
+30

Whites
+10

Blacks
+10

การลด Contrast และเพิ่ม Shadows จะช่วยให้ภาพดูนุ่มและสว่างขึ้น


2. ปรับ White Balance

เพื่อให้ผิวดูอมชมพูแบบสไตล์เกาหลี

Temperature
เพิ่มเล็กน้อยประมาณ +300 ถึง +600

Tint
+5 ไปทางชมพู


3. ปรับ Presence

Texture
-5

Clarity
-10

Dehaze
-5

ค่าพวกนี้จะช่วยให้ผิวดูเนียนและภาพดูนุ่มขึ้น


4. ปรับ Tone Curve

ในส่วนของ Tone Curve ให้ยกจุดดำขึ้นเล็กน้อย เพื่อสร้างเอฟเฟกต์แบบ Matte

เทคนิคนี้จะช่วยให้ภาพดูละมุนและมีสไตล์มากขึ้น


5. ปรับ HSL เพื่อให้สีดูพาสเทล

Red
Hue +5
Saturation -10
Luminance +10

Orange (สีผิว)
Hue -5
Saturation -10
Luminance +20

Yellow
Hue -20
Saturation -20

Green
Hue +20
Saturation -40

Blue
Saturation -20

การลด Saturation ของสีเหลืองและเขียวจะช่วยให้ภาพดูสะอาดขึ้น


โทนเกาหลีเหมาะกับภาพแบบไหน

โทนนี้เหมาะกับการถ่ายภาพหลายประเภท เช่น

  • ภาพพอร์ตเทรตผู้หญิง

  • การถ่ายภาพในคาเฟ่

  • แฟชั่น

  • ภาพสำหรับ Instagram

โดยเฉพาะการถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงธรรมชาติ เช่น คาเฟ่หรือริมทะเล


สรุป

โทนเกาหลีเป็นหนึ่งในโทนภาพที่ได้รับความนิยมมากในงานถ่ายภาพพอร์ตเทรต เพราะให้ภาพที่ดูสว่าง สะอาด และผิวดูสวยเป็นธรรมชาติ

หากต้องการสร้างสไตล์ภาพที่ดูละมุนและทันสมัย การแต่งภาพโทนเกาหลีใน Lightroom ถือเป็นเทคนิคที่ช่างภาพควรลองนำไปใช้


แต่งรูป Lightroom โทนทะเล

แต่งรูปโทนทะเลด้วย Lightroom ให้สีฟ้าสดใส

แต่งรูป Lightroom โทนทะเล

การแต่งภาพโทนทะเลเป็นสไตล์ยอดนิยมสำหรับภาพพอร์ตเทรตและภาพท่องเที่ยว เพราะช่วยให้สีฟ้าของทะเลและท้องฟ้าดูสดใส ภาพดูสะอาดและมีบรรยากาศหน้าร้อนมากขึ้น

ในบทความนี้เราจะมาดูวิธีแต่งรูปด้วย Adobe Lightroom เพื่อสร้างโทนทะเลสวย ๆ ตั้งแต่การปรับ White Balance การดันสีฟ้าและสีเขียวของทะเล ไปจนถึงการเพิ่มมิติให้ภาพดูใสและสว่างขึ้น

เทคนิคเหล่านี้สามารถใช้ได้กับภาพถ่ายริมทะเลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นภาพพอร์ตเทรต ภาพแฟชั่น หรือภาพถ่ายสถานที่ เช่น ภาพถ่ายที่บางแสนหรือชายหาดอื่น ๆ

หากคุณเป็นมือใหม่ที่อยากแต่งรูปให้ได้โทนทะเลสวย ๆ บทความนี้จะช่วยให้คุณทำตามได้ง่ายและนำไปใช้กับภาพของตัวเองได้ทันที

แต่งรูปโทนทะเล Lightroom

สูตรแต่งรูป Lightroom โทนทะเล (Sea Tone)

1. Basic

เริ่มจากปรับโทนภาพให้สว่างก่อน

Exposure
+0.30

Contrast
+10

Highlights
-40

Shadows
+35

Whites
+15

Blacks
-20


2. White Balance

ทำให้ภาพดูอบอุ่นนิด ๆ แต่ยังฟ้า

Temp
+400

Tint
+5


3. Presence

ช่วยให้ภาพดูใส

Texture
+5

Clarity
+8

Dehaze
+5

Vibrance
+20

Saturation
+5


4. HSL (หัวใจของโทนทะเล)

Hue

Yellow
-20

Green
+20

Aqua
-20

Blue
-10


Saturation

Orange
+5

Yellow
-30

Green
-20

Aqua
+30

Blue
+25


Luminance

Orange
+10

Yellow
+10

Aqua
+15

Blue
+10

ตรงนี้จะทำให้

  • ทะเลฟ้าขึ้น
  • ผิวไม่ส้มเกิน

5. Color Grading

Highlights

Hue
35

Sat
10

Shadows

Hue
200

Sat
8

จะได้โทน

เหลืองอุ่น + ฟ้านิด ๆ

ภาพจะดูทะเลมากขึ้น


6. Tone Curve (ทำให้ภาพดูแพงขึ้น)

ยก Shadow ขึ้นนิด

ประมาณนี้

Shadow
+5

Dark
-5

Light
+5

Highlight
+8


7. Detail

Sharpening

40

Radius

1.0

Detail

25


เคล็ดลับสำคัญสำหรับภาพทะเล

ช่างภาพหลายคนพลาดตรงนี้

1. อย่าให้ Yellow เยอะ

ถ้าเหลืองเยอะ

ทรายจะดูสกปรก


2. ดัน Aqua มากกว่า Blue

เพราะทะเลจริง ๆ เป็น

Aqua ไม่ใช่ Blue


3. ลด Highlights

ทะเลแดดแรงมาก


💡 สูตรนี้เหมาะมากกับ

  • ถ่ายบางแสน
  • ถ่ายทะเล
  • ถ่ายแฟชั่นริมทะเล
  • ถ่ายพอร์ตเทรต

วิธีลบสิว Photoshop

วิธีลบสิวใน Photoshop แบบมือโปร (ผิวเนียนแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ)

วิธีลบสิว Photoshop

การลบสิวใน Photoshop เป็นขั้นตอนพื้นฐานของการรีทัชภาพพอร์ตเทรต ไม่ว่าจะเป็นงานแฟชั่น งานถ่ายแบบ หรือภาพโปรไฟล์ เทคนิคที่ดีควรทำให้ผิวดูสะอาดขึ้น แต่ยังคงรายละเอียดผิว (Skin Texture) เอาไว้ เพื่อให้ภาพดูเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา

บทความนี้จะสอน ขั้นตอนการลบสิวแบบมืออาชีพ ที่ช่างภาพนิยมใช้กัน


ขั้นตอนที่ 1 เปิดภาพใน Photoshop

เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการรีทัชใน Photoshop

จากนั้นให้ Duplicate Layer

กด

Ctrl + J (Windows)

หรือ

Command + J (Mac)

เหตุผลคือเพื่อให้สามารถแก้ไขภาพโดยไม่กระทบกับไฟล์ต้นฉบับ


ขั้นตอนที่ 2 ใช้เครื่องมือ Spot Healing Brush

เครื่องมือนี้เป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดสำหรับการลบสิว

เลือกเครื่องมือ

Spot Healing Brush Tool

จากนั้นตั้งค่า

  • Type : Content-Aware

  • Hardness : ประมาณ 50–70%

  • Size : ใกล้เคียงกับขนาดสิว

แล้วคลิกที่สิวหรือจุดด่างดำ Photoshop จะคำนวณผิวรอบ ๆ มาแทนที่ให้โดยอัตโนมัติ

เหมาะสำหรับ

  • สิวเม็ดเล็ก

  • จุดแดง

  • จุดด่างดำ


ขั้นตอนที่ 3 ใช้ Healing Brush สำหรับสิวที่ใหญ่ขึ้น

ถ้าสิวมีขนาดใหญ่หรือมีเงา การใช้ Spot Healing Brush อาจทำให้ผิวดูเละ

ให้ใช้

Healing Brush Tool

วิธีใช้

  1. กด Alt เพื่อเลือกผิวบริเวณที่ดี

  2. คลิกบริเวณสิว

เครื่องมือนี้จะคัดลอก Texture ของผิวมาทับ แต่ยังคงสีและแสงเดิมไว้

ผลลัพธ์จะดูเนียนและเป็นธรรมชาติมากกว่า


ขั้นตอนที่ 4 ใช้ Clone Stamp สำหรับจุดที่ยาก

บางครั้งสิวอาจอยู่ใกล้

  • ขอบจมูก

  • ริมฝีปาก

  • คิ้ว

ซึ่ง Healing Brush อาจทำงานผิดพลาด

ให้ใช้

Clone Stamp Tool

ตั้งค่า

Opacity ประมาณ 20–30%

แล้วค่อย ๆ ทาทับบริเวณสิวอย่างเบามือ

เทคนิคนี้จะช่วยรักษา Texture ของผิวได้ดีมาก


ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบผิวอีกครั้ง

หลังจากลบสิวเสร็จแล้ว ให้ซูมภาพดูบริเวณผิวอีกครั้ง

สิ่งที่ควรระวัง

  • ผิวไม่ควรเรียบจนเกินไป

  • Texture ผิวยังต้องเห็นอยู่

  • สีผิวต้องสม่ำเสมอ

ถ้าบริเวณไหนดูเรียบเกินไป ให้ใช้ Clone Stamp แตะ Texture ผิวกลับมาเล็กน้อย


เทคนิคแบบช่างภาพมือโปร

ช่างภาพส่วนใหญ่จะลบเฉพาะ

  • สิว

  • รอยแดง

  • จุดด่างดำ

แต่จะ ไม่ลบ

  • รูขุมขน

  • Texture ผิว

เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ


สรุป

การลบสิวใน Photoshop ไม่ได้ยาก แต่ต้องเลือกเครื่องมือให้เหมาะสม

เครื่องมือที่ใช้บ่อยที่สุดคือ

  • Spot Healing Brush

  • Healing Brush

  • Clone Stamp

ถ้าใช้ถูกวิธี ภาพพอร์ตเทรตของคุณจะดูสะอาดขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของผิวเอาไว้ได้อย่างมืออาชีพ


วิธีเปลี่ยนสีฉากหลัง-Photoshop

วิธีเปลี่ยนสีฉากหลังใน Photoshop สำหรับมือใหม่ (ง่ายมาก)

วิธีเปลี่ยนสีฉากหลัง-Photoshop

บางครั้งเราถ่ายภาพมาแล้ว แต่อยากเปลี่ยนสีฉากหลังให้เข้ากับโทนภาพมากขึ้น เช่น จากฉากขาวให้เป็นสีชมพู สีฟ้า หรือสีดำ

Photoshop สามารถเปลี่ยนสีฉากหลังได้ง่ายมาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

บทความนี้จะสอนวิธีทำแบบง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่


ขั้นตอนที่ 1 เปิดภาพใน Photoshop

เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการแก้ไขใน Photoshop

จากนั้นให้ทำการ Duplicate Layer

เมนู

Layer → Duplicate Layer

หรือกด

Ctrl + J (Windows)

Command + J (Mac)

เพื่อสำรองภาพต้นฉบับไว้


ขั้นตอนที่ 2 เลือกตัวแบบออกจากฉากหลัง

ไปที่เมนู

Select → Subject

Photoshop จะทำการเลือกตัวแบบให้อัตโนมัติ

หลังจากนั้นให้กด

Select and Mask

เพื่อปรับขอบ Selection ให้เนียนขึ้น

ปรับค่า

  • Smooth
  • Feather
  • Shift Edge

เล็กน้อยเพื่อให้ขอบดูเป็นธรรมชาติ


ขั้นตอนที่ 3 แยกตัวแบบออกจากฉากหลัง

เมื่อเลือกตัวแบบเรียบร้อยแล้ว

ให้กด

Output → Layer Mask

ตอนนี้ตัวแบบจะถูกแยกออกจากฉากหลังแล้ว


ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนสีฉากหลัง

สร้าง Layer ใหม่ใต้ Layer ของตัวแบบ

จากนั้นเลือก

Layer → New Fill Layer → Solid Color

แล้วเลือกสีฉากหลังที่ต้องการ เช่น

  • สีชมพู
  • สีฟ้า
  • สีครีม
  • สีดำ

ตอนนี้ฉากหลังจะเปลี่ยนสีทันที


ขั้นตอนที่ 5 ทำให้สีดูเนียนเหมือนจริง

บางครั้งสีฉากหลังอาจดูแข็งเกินไป

สามารถทำให้ดูเนียนขึ้นได้โดย

ลดค่า Opacity ของสีลงเล็กน้อย

หรือใช้

Gaussian Blur

เพื่อให้ฉากหลังดูนุ่มขึ้น


เทคนิคเพิ่มเติมจากช่างภาพ

ถ้าอยากให้ภาพดูสมจริงมากขึ้น

ลองใช้เทคนิคเหล่านี้

  • ใส่ Gradient แทนสีพื้น
  • ปรับ Color Balance
  • เพิ่ม Grain เล็กน้อย

เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ภาพดูเหมือนถ่ายกับฉากจริงมากขึ้น


สรุป

การเปลี่ยนสีฉากหลังใน Photoshop เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ภาพดูดีขึ้นทันที

ไม่ว่าจะเป็นภาพพอร์ตเทรต ภาพสินค้า หรือภาพแฟชั่น ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้

เพียงเลือกตัวแบบให้แม่น และเลือกสีฉากหลังให้เหมาะกับโทนภาพ

ภาพของคุณก็จะดูมืออาชีพมากขึ้น


เลือกเลนส์พอร์ตเทรตระยะไหนเหมาะกับถ่ายคน

เลือกเลนส์พอร์ตเทรตแบบไหนดี? 50mm 85mm หรือ 135mm ต่างกันยังไง

เลือกเลนส์พอร์ตเทรตระยะไหนเหมาะกับถ่ายคน
การถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้สวย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกล้องอย่างเดียว แต่ เลนส์ที่ใช้มีผลกับบุคลิกของภาพอย่างมาก ทั้งมิติของหน้า การละลายฉากหลัง และความรู้สึกของภาพ
หลายคนที่เริ่มถ่ายภาพมักสงสัยว่า
  • ควรใช้เลนส์ 50mm ดีไหม
  • 85mm ทำไมช่างภาพชอบใช้
  • 135mm ดีกว่าไหม
บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายว่า เลนส์พอร์ตเทรตแต่ละระยะให้ภาพต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน

1. เลนส์ 50mm – พอร์ตเทรตแบบธรรมชาติ

เลนส์ 50mm ถือเป็นระยะที่ใกล้เคียงกับสายตามนุษย์มากที่สุด ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดี
  • มุมมองดูสมจริง
  • เหมาะกับการถ่ายครึ่งตัว หรือถ่ายกับฉาก
  • ใช้ได้ทั้งถ่ายคนและถ่ายทั่วไป
ข้อเสีย
  • ถ้าเข้าใกล้มาก หน้าอาจดูบวมเล็กน้อย
  • ฉากหลังละลายไม่แรงเท่าเลนส์ระยะไกล
เหมาะกับ
  • พอร์ตเทรตแนว lifestyle
  • ถ่ายคนกับสถานที่
  • ถ่ายในพื้นที่แคบ

2. เลนส์ 85mm – ระยะยอดนิยมของช่างภาพพอร์ตเทรต

85mm เป็นระยะที่ ช่างภาพพอร์ตเทรตนิยมมากที่สุด เพราะให้สมดุลระหว่างมิติของหน้าและฉากหลัง
ข้อดี
  • หน้าคนดูสวยขึ้น ไม่บวม
  • ฉากหลังละลายกำลังดี
  • ระยะถ่ายสบาย ไม่ต้องยืนไกลเกินไป
ข้อเสีย
  • ถ่ายในที่แคบอาจลำบาก
  • ไม่ได้ละลายฉากหลังแรงเท่า 135mm
เหมาะกับ
  • ถ่ายครึ่งตัว
  • ถ่ายแฟชั่น
  • ถ่ายพอร์ตเทรตทั่วไป

3. เลนส์ 135mm – พอร์ตเทรตสายละลายหลัง

135mm เป็นเลนส์ที่ให้ การละลายฉากหลังและ compression สูงมาก ทำให้ตัวแบบเด่นออกจากฉากทันที
ข้อดี
  • ฉากหลังละลายสวยมาก
  • ภาพดูโปรและสะอาด
  • หน้าแบบดูเรียวขึ้น
ข้อเสีย
  • ต้องถอยไกล
  • หนักกว่าเลนส์ระยะอื่น
  • ถ่ายในพื้นที่แคบลำบาก
เหมาะกับ
  • ถ่าย outdoor
  • ถ่ายแฟชั่น
  • ถ่ายพอร์ตเทรตแบบละลายหลังแรง ๆ

แล้วควรเลือกเลนส์พอร์ตเทรตระยะไหนดี?

จริง ๆ แล้ว ไม่มีระยะไหนดีที่สุด เพราะแต่ละระยะให้สไตล์ภาพต่างกัน
สรุปง่าย ๆ คือ
  • 50mm – ธรรมชาติ เห็นฉากเยอะ
  • 85mm – สมดุล เหมาะกับพอร์ตเทรตที่สุด
  • 135mm – ละลายหลังแรง ภาพดูโปร
ถ้าให้แนะนำสำหรับช่างภาพพอร์ตเทรต
  • มือใหม่ → 85mm คือระยะที่ปลอดภัยที่สุด
  • ถ้าชอบภาพละลายหลังสวย ๆ → 135mm
  • ถ้าชอบภาพแนว lifestyle → 50mm

เคล็ดลับสำคัญที่สำคัญกว่าเลนส์

เลนส์เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ภาพพอร์ตเทรตดูดีจริง ๆ คือ
  • แสง
  • มุมกล้อง
  • การจัดท่าโพส
  • การเลือกฉากหลัง

ถ่ายรูปยังไงให้ดูผอม

ถ่ายรูปยังไงให้ดูผอม? 10 เทคนิคจัดมุม จัดท่า ให้หุ่นดูเพรียวทันที

ถ่ายรูปยังไงให้ดูผอม

การถ่ายรูปให้ดูผอม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักจริงเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับ “มุมกล้อง แสง และท่าโพส” เป็นหลัก

ในฐานะช่างภาพพอร์ตเทรตที่เน้นถ่ายผู้หญิงโดยเฉพาะ ผมขอแชร์เทคนิคที่ใช้จริงในการถ่ายงานลูกค้า เพื่อให้รูปร่างดูเพรียวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ


1️⃣ อย่าหันตัวตรงเข้ากล้อง

การยืนตรง ๆ หันหน้าเข้ากล้องเต็มตัว จะทำให้ลำตัวดูกว้างขึ้น

✅ ให้หมุนตัวประมาณ 30–45 องศา

จะช่วยลดความกว้างของช่วงไหล่และสะโพกทันที


2️⃣ ยกคางขึ้นเล็กน้อย

การก้มหน้าหรือคางชิดคอ จะทำให้เห็นเหนียง

✅ ดันคางออกเล็กน้อย + ก้มลงนิดเดียว

จะช่วยให้กรอบหน้าคมขึ้น


3️⃣ แยกแขนออกจากลำตัว

ถ้าแขนแนบลำตัว จะดูใหญ่ขึ้นทันที

✅ วางมือที่สะโพก

หรือปล่อยแขนให้มีช่องว่างเล็ก ๆ


4️⃣ ใช้มุมกล้องสูงกว่าสายตาเล็กน้อย

มุมกล้องที่สูงกว่าสายตานิดเดียว

จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น และลดแก้ม


5️⃣ ถ่ายแบบเฉียง ไม่ยืนขนานพื้นหลัง

การวางตัวแบบเฉียงกับฉากหลัง

ทำให้ภาพดูมีมิติ และหุ่นดูไม่แบน


6️⃣ ใช้แสงด้านข้าง (Side Light)

แสงด้านข้างช่วยสร้างเงา

เงาทำให้เห็นเส้นโครงร่างชัดขึ้น

ภาพจะดูมีมิติและดูผอมกว่าการใช้แสงแฟลตตรง ๆ


7️⃣ ใส่เสื้อผ้าสีเข้ม

สีดำ สีกรม สีเอิร์ธโทน

ช่วยพรางสายตาได้ดีมาก


8️⃣ ยืนไขว้ขาเล็กน้อย

การไขว้ขาหรือทิ้งน้ำหนักที่ขาข้างเดียว

ช่วยให้สะโพกดูแคบลง


9️⃣ ใช้เลนส์ที่เหมาะสม

เลนส์ช่วง 50mm – 85mm

ให้สัดส่วนธรรมชาติและไม่บวม

เลี่ยงเลนส์มุมกว้างถ่ายใกล้ ๆ เพราะจะทำให้ตัวดูใหญ่


🔟 ความมั่นใจสำคัญที่สุด

สุดท้ายแล้ว ท่าที่ดูดีที่สุด

คือท่าที่เจ้าของภาพรู้สึกมั่นใจ

เมื่อมั่นใจ บุคลิกจะเปลี่ยนทันที

และภาพจะดูดีขึ้นโดยไม่ต้องพยายามมาก


 


error: Content is protected !!